บทนี้มีน้ำหนักในข้อสอบน้อย แต่ทิ้งไม่ได้
บท 1 ไม่มีกราฟให้กดเดินรอบ เป็นบทนิยามกับการวัด อ่านรอบเดียวให้จบ แล้วเก็บสองอย่างข้างล่างนี้ไว้ใช้ตลอดเทอม ที่เหลือใช้ชีตสรุปทวนก่อนสอบพอ
สองอย่างที่ต้องติดมือไปจากบทนี้
- เอกลักษณ์บัญชีรายได้ประชาชาติ — มันจะกลายเป็นสมการเส้น IS ในบท 2 ตรง ๆ ถ้าไม่แม่นตรงนี้ บท 2 จะกลายเป็นการท่องจำ
- คำถามกลางของวิชา — สำนักคิดแต่ละสำนักในบท 2–6 คือคำตอบที่ต่างกันของคำถามชุดเดียวกันนี้ ถ้าจับประเด็นได้ จะไม่สับสนว่าใครเชื่ออะไร
คำถามกลางที่ทุกสำนักตอบไม่เหมือนกัน
Froyen 1.3 วางคำถามหลักไว้ และหนังสือทั้งเล่มคือการเทียบคำตอบ
| คำถาม | 📉 เคนส์เซียนตอบ | 🏛️ คลาสสิก/นิวคลาสสิกตอบ |
|---|---|---|
| ทำไมผลผลิตไม่นิ่ง | อุปสงค์มวลรวมผันผวน และราคา-ค่าจ้างปรับตัวช้า | shock ด้านอุปทานและเทคโนโลยี ตลาดเคลียร์เสมอ |
| อะไรทำให้เงินเฟ้อขยับ | ทั้งอุปสงค์และต้นทุน | ปริมาณเงินเป็นหลัก |
| เงินเฟ้อกับการว่างงานแลกกันได้ไหม | ได้ในระยะสั้น | ไม่ได้ถ้าคนคาดการณ์ถูก |
| นโยบายรัฐช่วยได้ไหม | ช่วยได้ ควรใช้ | ช่วยไม่ได้หรือทำให้แย่ลง |
เก็บตารางนี้ไว้ พอถึงบท 4–5 จะได้รู้ว่ากำลังอ่านคำตอบของใคร เวลาเจอสำนักใหม่ ให้กลับมาเทียบว่าเขาตอบสี่ข้อนี้ต่างจากเดิมตรงไหน
GDP · สามเงื่อนไขที่มักถูกถามเป็นข้อย่อย
Froyen 2.2 นิยาม GDP ด้วยสามเงื่อนไข และข้อสอบชอบถามว่า “รายการนี้นับใน GDP ไหม”
1. ผลิตในงวดนี้ (currently produced) นับของที่ผลิตในช่วงเวลานั้น ไม่นับการซื้อขายของเก่า — ขายบ้านมือสอง ไม่นับ แต่ค่านายหน้านับ เพราะเป็นบริการที่ผลิตในงวดนี้
2. สินค้าและบริการขั้นสุดท้าย (final goods) กันการนับซ้ำ — แป้งที่โรงงานขนมซื้อไปทำคุกกี้ไม่นับแยก เพราะมูลค่ามันอยู่ในคุกกี้แล้ว วิธีคิดที่ปลอดภัยกว่าคือ นับมูลค่าเพิ่ม (value added) ทุกขั้น ซึ่งได้ผลรวมเท่ากัน
3. ตีค่าด้วยราคาตลาด (market prices) บางรายการที่ไม่ซื้อขายในตลาดยังนับด้วยการประเมินมูลค่า เช่น บริการที่อยู่อาศัยของเจ้าของบ้านเอง และบริการภาครัฐ จึงไม่ควรใช้เกณฑ์ “ไม่มีราคาตลาด = ไม่นับ” กับทุกกรณี
- งานบ้านและงานดูแลคนในครอบครัว ไม่นับ เพราะไม่มีราคาตลาด — จ้างคนมาทำงานเดิมเป๊ะ GDP เพิ่มขึ้นทันที ทั้งที่ผลผลิตจริงเท่าเดิม
- เศรษฐกิจนอกระบบ อาจวัดได้ไม่ครบ แม้การผลิตบางส่วนจะอยู่ในขอบเขตที่ต้องนับ GDP
- เวลาว่างที่หายไป ไม่ถูกหัก
- มลพิษและทรัพยากรที่ใช้หมดไป ไม่ถูกหัก — ยิ่งผลิตยิ่งเสียหาย GDP ยังขึ้น
- การกระจายรายได้ ไม่อยู่ในตัวเลข — GDP ต่อหัวขึ้นไม่ได้บอกว่าใครได้
ข้อสอบชอบถามเป็นข้อความสั้น ๆ ให้เถียง — จำหลักไว้ว่า GDP วัดมูลค่าที่ผ่านตลาด ไม่ได้วัดความอยู่ดีมีสุข
เอกลักษณ์บัญชี · ตัวที่จะกลายเป็นเส้น IS
Froyen 2.5 คือหัวใจของบทนี้ เริ่มจากด้านรายจ่าย
ด้านรายได้ รายได้ที่ครัวเรือนได้ไปทำได้สามอย่าง คือบริโภค ออม หรือจ่ายภาษี
จับสองบรรทัดเท่ากันแล้วตัด ทั้งสองข้าง
ซ้ายคือรั่วไหล ขวาคืออัดฉีด — นี่คือเงื่อนไขดุลยภาพตลาดสินค้า และคือสมการเส้น IS ที่จะใช้ทั้งบท 2 และบท 3
| ฝั่ง | ตัวแปร | ความหมาย |
|---|---|---|
| รั่วไหล (leakage) | การออม | รายได้ที่ไม่ถูกใช้ซื้อผลผลิตในประเทศ |
| ภาษี | ถูกดึงออกจากมือครัวเรือน | |
| นำเข้า | จ่ายออกไปนอกประเทศ | |
| อัดฉีด (injection) | การลงทุน | รายจ่ายที่ไม่ได้มาจากรายได้งวดนี้ |
| รายจ่ายรัฐ | ||
| ส่งออก | รายรับจากนอกประเทศ |
เห็น อยู่คู่กันในด้านรายจ่าย เลยจำว่าส่งออกกับนำเข้าอยู่ฝั่งเดียวกัน
- พอย้ายข้างแล้ว ไปอยู่ฝั่งรั่วไหลกับ และ ส่วน อยู่ฝั่งอัดฉีด
- ถ้าเขียนสลับข้าง ความชันของ IS ที่จะ derive ในบท 2 จะผิด เพราะเครื่องหมายของเทอม กลับ
ตอนบท 2 คุณจะเจอ ซึ่งคือบรรทัดข้างบนที่ใส่วงเล็บบอกว่าตัวไหนขึ้นกับอะไร — ขึ้นกับ ส่วน กับ ขึ้นกับ
ความชันของ IS ที่ว่า ก็มาจากการ diff บรรทัดนี้ตรง ๆ ไม่ได้มาจากไหนเลย ถ้าเข้าใจที่มา จะ derive ความชันเองได้ในห้องสอบโดยไม่ต้องจำ
เอกลักษณ์อีกตัวที่ใช้บ่อยในบท 3 — จัดใหม่ให้เห็นภาคต่างประเทศ
อ่านว่า ดุลบัญชีเดินสะพัดเท่ากับการออมส่วนเกินของเอกชน บวกดุลงบประมาณรัฐ
ประโยคที่ว่า “ขาดดุลแฝด” (twin deficits) มาจากบรรทัดนี้ — รัฐขาดดุลมาก ติดลบ ถ้าการออมส่วนเกินของเอกชน ไม่เพิ่มตาม ก็ต้องติดลบด้วย
ของจริงกับของที่เป็นตัวเงิน
GDP ตัวเงิน (nominal) ใช้ราคาปีนั้น · GDP จริง (real) ใช้ราคาปีฐาน — ต่างกันตรงที่ตัวจริงตัดผลของราคาออก จึงบอกได้ว่าผลผลิตเพิ่มจริงหรือแค่ของแพงขึ้น
ตัวอย่างคิดเลข — สมมติเศรษฐกิจผลิตของสองอย่าง
| ปีฐาน: ปริมาณ | ปีฐาน: ราคา | ปีนี้: ปริมาณ | ปีนี้: ราคา | |
|---|---|---|---|---|
| ข้าว | 100 | 20 | 110 | 25 |
| เสื้อ | 50 | 40 | 55 | 44 |
| คำนวณ | ผล | |
|---|---|---|
| GDP ตัวเงินปีนี้ (ราคาปีนี้) | 5,170 | |
| GDP จริงปีนี้ (ราคาปีฐาน) | 4,400 | |
| GDP ตัวเงินปีฐาน | 4,000 | |
| deflator ปีนี้ | 117.5 |
อ่านได้ว่า ผลผลิตจริงโต 10% (4,000 → 4,400) ส่วนที่เหลือคือราคาขึ้น
deflator กับ CPI ต่างกันที่ไหน
Froyen 2.7 · ข้อนี้ออกสอบเป็นข้อเปรียบเทียบบ่อย
| GDP deflator | CPI | |
|---|---|---|
| ตะกร้า | ของที่ผลิตในประเทศงวดนี้ เปลี่ยนตามการผลิตจริง | ของที่ผู้บริโภคซื้อ ตะกร้าคงที่ ปรับเป็นครั้งเป็นคราว |
| ของนำเข้า | ไม่รวม | รวม เพราะผู้บริโภคซื้อ |
| ของที่รัฐกับธุรกิจซื้อ | รวม | ไม่รวม |
| ประเภทดัชนี | Paasche — ถ่วงด้วยปริมาณปีปัจจุบัน | Laspeyres — ถ่วงด้วยปริมาณปีฐาน |
| อคติ | — | มักสูงเกินจริง เพราะตะกร้าคงที่ไม่ทันการที่คนหันไปซื้อของที่ถูกลง |
โจทย์ให้ “น้ำมันนำเข้าแพงขึ้นอย่างเดียว” หลายคนตอบว่าดัชนีราคาขึ้นทั้งคู่
ที่ถูกคือ CPI ขึ้น แต่ deflator แทบไม่ขยับ เพราะน้ำมันนำเข้าไม่ได้ผลิตในประเทศ จึงไม่อยู่ในตะกร้าของ deflator ตั้งแต่แรก
ส่วน chain-weighted real GDP (Froyen 2.6) แก้ปัญหาที่ว่าเลือกปีฐานต่างกันแล้วอัตราการเติบโตออกมาต่างกัน โดยเลื่อนปีฐานทุกปีแล้วต่อกันเป็นลูกโซ่
วัฏจักรธุรกิจ
Froyen 2.8 · แยกผลผลิตเป็นสองส่วน
- ช่องว่างผลผลิต (output gap) คือ โดย คือผลผลิตระดับการจ้างงานเต็มที่ · ติดลบ = เศรษฐกิจต่ำกว่าศักยภาพ
- การถดถอย (recession) ในทางปฏิบัติดูจากหลายตัวชี้ ไม่ใช่แค่ GDP ติดลบสองไตรมาส (Perspectives 2.3 — NBER ใช้คณะกรรมการตัดสิน)
- ตัวแปรที่เคลื่อนตามกัน (procyclical): การจ้างงาน การลงทุน การบริโภค · สวนทาง (countercyclical): การว่างงาน
- การลงทุนผันผวนแรงกว่า GDP มาก ส่วนการบริโภคนิ่งกว่า — ข้อนี้สำคัญ เพราะบท 2 จะบอกว่าการลงทุนคือช่องทางที่ ส่งผลเข้าสู่ระบบ
เช็กว่าเข้าใจบทนี้แล้วจริง
ปิดหนังสือแล้วลองตอบสามข้อนี้ ถ้าตอบได้หมดถือว่าผ่านบทนี้ ข้อไหนติดให้กลับไปอ่านหัวข้อนั้นซ้ำ แล้วค่อยไปบท 2
- เขียน โดยอนุมานจาก และ ไม่ใช่ท่องมา
- น้ำมันนำเข้าแพงขึ้น CPI กับ deflator ขยับต่างกันยังไง เพราะอะไร
- ถ้าคนเลิกจ้างแม่บ้านแล้วทำงานบ้านเอง GDP เปลี่ยนไหม แล้วความอยู่ดีมีสุขเปลี่ยนไหม