ECShiftGraph.Shock · Shift(s) · Result
EC312บท 1ทฤษฎี + กราฟ
เปลี่ยน
บทที่ 1 · Macroeconomic Analysis

การวิเคราะห์ระบบเศรษฐกิจมหภาค

บทวัดของ — ตัวแปรมหภาคมาจากไหน วัดยังไง และเอกลักษณ์บัญชีรายได้ประชาชาติที่จะกลายเป็นเส้น IS ในบทถัดไป

บทนี้มีน้ำหนักในข้อสอบน้อย แต่ทิ้งไม่ได้

วิธีอ่าน

บท 1 ไม่มีกราฟให้กดเดินรอบ เป็นบทนิยามกับการวัด อ่านรอบเดียวให้จบ แล้วเก็บสองอย่างข้างล่างนี้ไว้ใช้ตลอดเทอม ที่เหลือใช้ชีตสรุปทวนก่อนสอบพอ

สองอย่างที่ต้องติดมือไปจากบทนี้

  1. เอกลักษณ์บัญชีรายได้ประชาชาติ — มันจะกลายเป็นสมการเส้น IS ในบท 2 ตรง ๆ ถ้าไม่แม่นตรงนี้ บท 2 จะกลายเป็นการท่องจำ
  2. คำถามกลางของวิชา — สำนักคิดแต่ละสำนักในบท 2–6 คือคำตอบที่ต่างกันของคำถามชุดเดียวกันนี้ ถ้าจับประเด็นได้ จะไม่สับสนว่าใครเชื่ออะไร

คำถามกลางที่ทุกสำนักตอบไม่เหมือนกัน

Froyen 1.3 วางคำถามหลักไว้ และหนังสือทั้งเล่มคือการเทียบคำตอบ

คำถาม📉 เคนส์เซียนตอบ🏛️ คลาสสิก/นิวคลาสสิกตอบ
ทำไมผลผลิตไม่นิ่งอุปสงค์มวลรวมผันผวน และราคา-ค่าจ้างปรับตัวช้าshock ด้านอุปทานและเทคโนโลยี ตลาดเคลียร์เสมอ
อะไรทำให้เงินเฟ้อขยับทั้งอุปสงค์และต้นทุนปริมาณเงินเป็นหลัก
เงินเฟ้อกับการว่างงานแลกกันได้ไหมได้ในระยะสั้นไม่ได้ถ้าคนคาดการณ์ถูก
นโยบายรัฐช่วยได้ไหมช่วยได้ ควรใช้ช่วยไม่ได้หรือทำให้แย่ลง
วิธีอ่าน

เก็บตารางนี้ไว้ พอถึงบท 4–5 จะได้รู้ว่ากำลังอ่านคำตอบของใคร เวลาเจอสำนักใหม่ ให้กลับมาเทียบว่าเขาตอบสี่ข้อนี้ต่างจากเดิมตรงไหน

GDP · สามเงื่อนไขที่มักถูกถามเป็นข้อย่อย

Froyen 2.2 นิยาม GDP ด้วยสามเงื่อนไข และข้อสอบชอบถามว่า “รายการนี้นับใน GDP ไหม”

1. ผลิตในงวดนี้ (currently produced) นับของที่ผลิตในช่วงเวลานั้น ไม่นับการซื้อขายของเก่า — ขายบ้านมือสอง ไม่นับ แต่ค่านายหน้านับ เพราะเป็นบริการที่ผลิตในงวดนี้

2. สินค้าและบริการขั้นสุดท้าย (final goods) กันการนับซ้ำ — แป้งที่โรงงานขนมซื้อไปทำคุกกี้ไม่นับแยก เพราะมูลค่ามันอยู่ในคุกกี้แล้ว วิธีคิดที่ปลอดภัยกว่าคือ นับมูลค่าเพิ่ม (value added) ทุกขั้น ซึ่งได้ผลรวมเท่ากัน

3. ตีค่าด้วยราคาตลาด (market prices) บางรายการที่ไม่ซื้อขายในตลาดยังนับด้วยการประเมินมูลค่า เช่น บริการที่อยู่อาศัยของเจ้าของบ้านเอง และบริการภาครัฐ จึงไม่ควรใช้เกณฑ์ “ไม่มีราคาตลาด = ไม่นับ” กับทุกกรณี

สิ่งที่ GDP ไม่ได้วัด — Froyen Perspectives 2.1
  • งานบ้านและงานดูแลคนในครอบครัว ไม่นับ เพราะไม่มีราคาตลาด — จ้างคนมาทำงานเดิมเป๊ะ GDP เพิ่มขึ้นทันที ทั้งที่ผลผลิตจริงเท่าเดิม
  • เศรษฐกิจนอกระบบ อาจวัดได้ไม่ครบ แม้การผลิตบางส่วนจะอยู่ในขอบเขตที่ต้องนับ GDP
  • เวลาว่างที่หายไป ไม่ถูกหัก
  • มลพิษและทรัพยากรที่ใช้หมดไป ไม่ถูกหัก — ยิ่งผลิตยิ่งเสียหาย GDP ยังขึ้น
  • การกระจายรายได้ ไม่อยู่ในตัวเลข — GDP ต่อหัวขึ้นไม่ได้บอกว่าใครได้

ข้อสอบชอบถามเป็นข้อความสั้น ๆ ให้เถียง — จำหลักไว้ว่า GDP วัดมูลค่าที่ผ่านตลาด ไม่ได้วัดความอยู่ดีมีสุข

เอกลักษณ์บัญชี · ตัวที่จะกลายเป็นเส้น IS

Froyen 2.5 คือหัวใจของบทนี้ เริ่มจากด้านรายจ่าย

Y=C+I+G+(XZ)Y = C + I + G + (X - Z)

ด้านรายได้ รายได้ที่ครัวเรือนได้ไปทำได้สามอย่าง คือบริโภค ออม หรือจ่ายภาษี

Y=C+S+TY = C + S + T

จับสองบรรทัดเท่ากันแล้วตัด CC ทั้งสองข้าง

C+S+T=C+I+G+XZS+T+Z=I+G+X\begin{aligned} C + S + T &= C + I + G + X - Z \\ S + T + Z &= I + G + X \end{aligned}

ซ้ายคือรั่วไหล ขวาคืออัดฉีด — นี่คือเงื่อนไขดุลยภาพตลาดสินค้า และคือสมการเส้น IS ที่จะใช้ทั้งบท 2 และบท 3

ฝั่งตัวแปรความหมาย
รั่วไหล (leakage)SS การออมรายได้ที่ไม่ถูกใช้ซื้อผลผลิตในประเทศ
TT ภาษีถูกดึงออกจากมือครัวเรือน
ZZ นำเข้าจ่ายออกไปนอกประเทศ
อัดฉีด (injection)II การลงทุนรายจ่ายที่ไม่ได้มาจากรายได้งวดนี้
GG รายจ่ายรัฐ
XX ส่งออกรายรับจากนอกประเทศ
กับดัก

เห็น (XZ)(X - Z) อยู่คู่กันในด้านรายจ่าย เลยจำว่าส่งออกกับนำเข้าอยู่ฝั่งเดียวกัน

  • พอย้ายข้างแล้ว ZZ ไปอยู่ฝั่งรั่วไหลกับ SS และ TT ส่วน XX อยู่ฝั่งอัดฉีด
  • ถ้าเขียนสลับข้าง ความชันของ IS ที่จะ derive ในบท 2 จะผิด เพราะเครื่องหมายของเทอม zz กลับ
ทำไมต้องรู้ที่มา ไม่ท่องสมการ

ตอนบท 2 คุณจะเจอ I(r)+G+X=S(Y)+T+Z(Y)I(r) + G + X = S(Y) + T + Z(Y) ซึ่งคือบรรทัดข้างบนที่ใส่วงเล็บบอกว่าตัวไหนขึ้นกับอะไรII ขึ้นกับ rr ส่วน SS กับ ZZ ขึ้นกับ YY

ความชันของ IS ที่ว่า drdY=s+t+zI(r)<0\dfrac{dr}{dY} = \dfrac{s + t + z}{I'(r)} \lt 0 ก็มาจากการ diff บรรทัดนี้ตรง ๆ ไม่ได้มาจากไหนเลย ถ้าเข้าใจที่มา จะ derive ความชันเองได้ในห้องสอบโดยไม่ต้องจำ

เอกลักษณ์อีกตัวที่ใช้บ่อยในบท 3 — จัดใหม่ให้เห็นภาคต่างประเทศ

(XZ)=(SI)+(TG)(X - Z) = (S - I) + (T - G)

อ่านว่า ดุลบัญชีเดินสะพัดเท่ากับการออมส่วนเกินของเอกชน บวกดุลงบประมาณรัฐ

ประโยคที่ว่า “ขาดดุลแฝด” (twin deficits) มาจากบรรทัดนี้ — รัฐขาดดุลมาก (TG)(T - G) ติดลบ ถ้าการออมส่วนเกินของเอกชน (SI)(S - I) ไม่เพิ่มตาม (XZ)(X - Z) ก็ต้องติดลบด้วย

ของจริงกับของที่เป็นตัวเงิน

GDP ตัวเงิน (nominal) ใช้ราคาปีนั้น · GDP จริง (real) ใช้ราคาปีฐาน — ต่างกันตรงที่ตัวจริงตัดผลของราคาออก จึงบอกได้ว่าผลผลิตเพิ่มจริงหรือแค่ของแพงขึ้น

GDP deflator=GDP ตัวเงินGDP จริง×100\text{GDP deflator} = \frac{\text{GDP ตัวเงิน}}{\text{GDP จริง}} \times 100

ตัวอย่างคิดเลข — สมมติเศรษฐกิจผลิตของสองอย่าง

ปีฐาน: ปริมาณปีฐาน: ราคาปีนี้: ปริมาณปีนี้: ราคา
ข้าว1002011025
เสื้อ50405544
คำนวณผล
GDP ตัวเงินปีนี้ (ราคาปีนี้)110×25+55×44=2,750+2,420110 \times 25 + 55 \times 44 = 2{,}750 + 2{,}4205,170
GDP จริงปีนี้ (ราคาปีฐาน)110×20+55×40=2,200+2,200110 \times 20 + 55 \times 40 = 2{,}200 + 2{,}2004,400
GDP ตัวเงินปีฐาน100×20+50×40100 \times 20 + 50 \times 404,000
deflator ปีนี้5,1704,400×100\dfrac{5{,}170}{4{,}400} \times 100117.5

อ่านได้ว่า ผลผลิตจริงโต 10% (4,000 → 4,400) ส่วนที่เหลือคือราคาขึ้น

deflator กับ CPI ต่างกันที่ไหน

Froyen 2.7 · ข้อนี้ออกสอบเป็นข้อเปรียบเทียบบ่อย

GDP deflatorCPI
ตะกร้าของที่ผลิตในประเทศงวดนี้ เปลี่ยนตามการผลิตจริงของที่ผู้บริโภคซื้อ ตะกร้าคงที่ ปรับเป็นครั้งเป็นคราว
ของนำเข้าไม่รวมรวม เพราะผู้บริโภคซื้อ
ของที่รัฐกับธุรกิจซื้อรวมไม่รวม
ประเภทดัชนีPaasche — ถ่วงด้วยปริมาณปีปัจจุบันLaspeyres — ถ่วงด้วยปริมาณปีฐาน
อคติมักสูงเกินจริง เพราะตะกร้าคงที่ไม่ทันการที่คนหันไปซื้อของที่ถูกลง
กับดัก

โจทย์ให้ “น้ำมันนำเข้าแพงขึ้นอย่างเดียว” หลายคนตอบว่าดัชนีราคาขึ้นทั้งคู่

ที่ถูกคือ CPI ขึ้น แต่ deflator แทบไม่ขยับ เพราะน้ำมันนำเข้าไม่ได้ผลิตในประเทศ จึงไม่อยู่ในตะกร้าของ deflator ตั้งแต่แรก

ส่วน chain-weighted real GDP (Froyen 2.6) แก้ปัญหาที่ว่าเลือกปีฐานต่างกันแล้วอัตราการเติบโตออกมาต่างกัน โดยเลื่อนปีฐานทุกปีแล้วต่อกันเป็นลูกโซ่

วัฏจักรธุรกิจ

Froyen 2.8 · แยกผลผลิตเป็นสองส่วน

ผลผลิตจริง=แนวโน้มtrend+ส่วนเบี่ยงเบนเชิงวัฏจักรcyclical component\text{ผลผลิตจริง} = \underbrace{\text{แนวโน้ม}}_{\text{trend}} + \underbrace{\text{ส่วนเบี่ยงเบนเชิงวัฏจักร}}_{\text{cyclical component}}
  • ช่องว่างผลผลิต (output gap) คือ YYnY - Y_n โดย YnY_n คือผลผลิตระดับการจ้างงานเต็มที่ · ติดลบ = เศรษฐกิจต่ำกว่าศักยภาพ
  • การถดถอย (recession) ในทางปฏิบัติดูจากหลายตัวชี้ ไม่ใช่แค่ GDP ติดลบสองไตรมาส (Perspectives 2.3 — NBER ใช้คณะกรรมการตัดสิน)
  • ตัวแปรที่เคลื่อนตามกัน (procyclical): การจ้างงาน การลงทุน การบริโภค · สวนทาง (countercyclical): การว่างงาน
  • การลงทุนผันผวนแรงกว่า GDP มาก ส่วนการบริโภคนิ่งกว่า — ข้อนี้สำคัญ เพราะบท 2 จะบอกว่าการลงทุนคือช่องทางที่ rr ส่งผลเข้าสู่ระบบ

เช็กว่าเข้าใจบทนี้แล้วจริง

วิธีอ่าน

ปิดหนังสือแล้วลองตอบสามข้อนี้ ถ้าตอบได้หมดถือว่าผ่านบทนี้ ข้อไหนติดให้กลับไปอ่านหัวข้อนั้นซ้ำ แล้วค่อยไปบท 2

  1. เขียน S+T+Z=I+G+XS + T + Z = I + G + X โดยอนุมานจาก Y=C+I+G+(XZ)Y = C + I + G + (X - Z) และ Y=C+S+TY = C + S + T ไม่ใช่ท่องมา
  2. น้ำมันนำเข้าแพงขึ้น CPI กับ deflator ขยับต่างกันยังไง เพราะอะไร
  3. ถ้าคนเลิกจ้างแม่บ้านแล้วทำงานบ้านเอง GDP เปลี่ยนไหม แล้วความอยู่ดีมีสุขเปลี่ยนไหม