ค่าสมาชิก ขายพ่วง และราคา peak แก้ปัญหาความต้องการต่างแบบใด?
แต่ละเครื่องมือดึง surplus หรือจัดสรรต้นทุนร่วมต่างกัน จึงต้องเลือกโมเดลให้ตรงข้อจำกัด
เหตุและผลเชื่อมกันอย่างไร
สำหรับ two-part tariff ตั้ง usage price ใกล้ MC แล้วดึง CS ด้วย F
สำหรับ bundling เทียบ willingness to pay รายสินค้าและผลรวม
สำหรับ peak load แยกช่วงเวลาที่ capacity constraint ผูกมัด
แบบจำลองที่ใช้
ใช้ได้ภายใต้เงื่อนไขนี้
ตัวอย่างค่าสมาชิกมีลูกค้าเหมือนกัน ไม่มีต้นทุนคงที่อื่น และลูกค้าเข้าร่วมเมื่อ utility สุทธิไม่ติดลบ
จุดที่ข้อสอบชวนให้พลาด
อย่าเอา fixed cost ของบริษัทไปตั้ง F โดยตรง เพราะ F จำกัดด้วย willingness to participate
เชื่อมเหตุผลกับกราฟ
อะไรเปลี่ยน
- demand กับ MC แสดง CS ที่ใช้ตั้ง F ส่วน peak pricing ใช้ demand หลายช่วงกับ capacity เดียว
อะไรคงเดิม
ตัวอย่างค่าสมาชิกมีลูกค้าเหมือนกัน ไม่มีต้นทุนคงที่อื่น และลูกค้าเข้าร่วมเมื่อ utility สุทธิไม่ติดลบ
รักษาเงื่อนไขนี้ตลอดการเปรียบเทียบ เปลี่ยนเฉพาะสิ่งที่กรณีข้างต้นระบุ
ดูผลตรงไหน
สำหรับ peak load แยกช่วงเวลาที่ capacity constraint ผูกมัด
เทียบก่อน–หลัง และชี้ว่าข้อสรุปปรากฏตรงไหนบนกราฟ
5 นาที · ลองใช้กับกรณีใหม่
อธิบายได้โดยไม่เปิดบทเรียนไหม
ยกตัวอย่างสองลูกค้าที่ pure bundling เพิ่มรายได้เพราะ valuation สวนทางกัน